dot dot
dot
เกี่ยวกับ TCIAP ที่คุณควรอ่าน
dot
bulletประเมินองค์ความรู้ TOEIC
bulletประเมินองค์ความรู้ TOEFL
bulletประเมินองค์ความรู้ IELTS
bulletอ่านเอง VS เรียนพิเศษ
bulletมาตรฐานการศึกษา
bulletสิทธิในการรับรองผล
dot
หลักสูตร TOEIC ดีสุดในไทย ต้องที่ TCiAP (เรารับรองจากประสบการณ์ 15 ปี และสถาบันสอนภาษาเอกชนรายอื่น ต่างก็พูดว่า TCiAP เทพที่สุดในเรื่อง TOEIC ด้วย)
dot
bulletTOEIC Weekend 60 hr
bulletTOEIC หาดใหญ่
bulletTOEIC Industrial
bulletTOEIC Buddy
bulletTOEIC Private 30 hr
bulletTOEIC Private 45 hr
bulletPrivate 15+45hr.
bulletGrammar for TOEIC
bulletRefresher Course
bulletติวแหกโค้ง TOEIC weekend
bulletติวแหกโค้ง TOEIC weekday
bulletTOEIC Couses for Corporate
dot
หลักสูตร IELTS/TOEFL โดย TCiAP
dot
bulletIELTS Private ดังสุด !!
bulletTOEFL Private
bulletTOEFL Buddy
bulletAcademic Writing
dot
CU-tep และหลักสูตรอื่นๆ โดย TCiAP
dot
bulletCU-TEP
bulletEng for JOB
bulletหลักสูตร Conversation
bulletEng for Com.
bulletEnglish for Academic
bulletEng for Teacher
dot
Corporate Client InHouse Training by TCIAP
dot
bulletIn-house Training
bulletEx: IRPC 2013
bulletEx: IRPC 2014
bulletEx: NEA
bulletEx: ททท.
bulletEx: Panasonic
bulletEx: RMUTTO
bulletEx: NISSAN
bulletEx: Holcim
bulletEx : PTT
bulletEx: วิทยาลัยเทคนิคนครนายก
bulletEx : Chevron
bulletEx: RMUTTO รุ่น 2
bulletEx:Thai Summit
bulletEx: NISSAN รุ่น 2
bulletEx: IRPC
dot
แนวทางในการพัฒนาคุณภาพ และปรับปรุงหลักสูตร ให้เป็นปัจจุบัน
dot
bulletมาตรฐานของเรา
bulletประโยชน์ที่จะได้รับ
bulletObj. มาตรฐาน
bulletQuality Assurance
bulletแนวทางการใช้มาตรฐาน
bulletTest Achievement
bulletพัฒนาหลักสูตรโทอิค
bulletพัฒนารอบ 1/2555
bulletพัฒนารอบ 2/2556
bulletพัฒนารอบ 1/2557
dot
ตัวอย่าง Course outline
dot
bulletTOEIC Course outline
bulletIELTS Course outline
bulletEssay Topic
bulletIELTS คืออะไร
bulletIntro TOEIC Speaking
bulletUseful for Writing
bulletEssay - Outline
bulletTOEFL iBT-CBT -Paper
bulletTOEIC Speaking
bulletTOEIC Strategie +Tips
bulletImprove TOEIC
dot
เทคนิคการสอน
dot
bulletเทคนิคการฝึกอบรม
bulletMultiple Choice
bulletวิเคราะห์ข้อสอบก่อนสอบ
bulletการวิเคราะห์ผู้เรียน
bulletการออกแบบการเรียนรู้
bulletการพัฒนาเนื้อหา
bulletจัดระเบียบความคิด
dot
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการสอบของศูนย์สอบมาตรฐานต่างๆ
dot
bulletTOEIC มีกี่แบบ
bulletTOEFL สอบที่ไหน
bulletOverall scores
bulletTOEIC สอบที่ไหน
bulletข้อสอบ TOEFL
bulletTOEIC Thailand
bulletตารางสอบ CU-TEP 2015
bulletรายละเอียดการสอบ TOEIC
bulletProgress TOEIC
dot
เนื้อหา บทเรียนภาษาอังกฤษ เรื่องต่างๆ
dot
bulletเรียนแล้วได้อะไร
bulletParts of Speech
bulletคำนาม Nouns
bulletDeveloping your English
bulletSingular/Plural
bulletหากขาด VERB
bulletVerb Tenses Guide
bulletSentence structure
bulletDependent Clauses
bulletConjunctions
bulletWriting Map
bulletEssay Outline
bulletResearch Paper
bulletTOEIC Speaking Part 2
bulletAvoid Plagiarism !!
bulletReading Passage 1
bulletReading Passage 2
bulletText- completion
bulletPresent Simple Tense
dot
บทความต่างๆ และข่าวสาร เกี่ยวกับ IELTS
dot
bulletวันสอบปี 2015
bulletVS other EXam
bulletปฏิทินการปฏิบัติงาน
bulletมาตรฐาน IELTS
bulletIELTS Quality
bulletInSide IELTS QC
bullet9 Band Score
bulletIELTS writing task 1
bulletIELTS writing task 2
bulletIELTS Vocab 1
bulletSpeaking improve
dot
Resources links
dot
bulletCritical Thinking
bulletLanguage Learning
bulletDirected Reading
bulletTOEIC Speaking&Writing
bulletTOEIC Listening test
bulletToeic sample test
bulletToeic score
bulletภาษาอังกฤษกับอนาคต
bulletKM องค์ความรู้
bulletHow to Read
bulletการจัดการการศึกษา
bulletเกาให้ถูกที่คัน
bulletสมองซีกซ้าย
bulletวิธีจำคำศัพท์
bulletแรงงานไทยกับอาเซียน
bulletภาษาอังกฤษกับคนไทย
bulletCEFR
bulletTOEIC Techniques
bulletเทคนิคสอบ TOEIC
dot
Asia's ETS Network
dot
bulletTOEIC China
bulletTOEIC Academy
bulletTOEIC Japn
bulletTOEIC Singapore
bulletTOEIC Malaysia
bulletTOEIC Philippines
bulletTOEIC Vietnam


โปรโมชั่นวันนี้
ชำระเงินค่าเรียน tciap
แผนทีสถาบันฯ
แจ้งบริการสอบ TOEIC (สำหรับนักเรียน)
cu tep | เรียน cutep รับรองผล โดยทีมอาจารย์ จุฬาฯ
เรียน IELTS ตัวต่อตัว รับรองผล
หลักสูตรเพื่อเตรียมสอบ TOEFL by TCIAP
ติวแหกโค้ง Toeic 2014
TOEIC ระยอง
ตารางเรียน
Student success
TCIAP-Web.stagram
สอบถาม ทาง Line ID
ติดต่อสอบถาม


การจัดการการศึกษา

 

 

การพัฒนาประเทศเป็นหน้าที่ของทุกคนในประเทศที่จะต้องเข้าใจหน้าที่ และแสดงบทบาทให้ถูกต้องเหมาะสม กลไกการพัฒนาประเทศมีหลายด้านที่คอยขับเคลื่อนอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา ด้านการเมืองการปกครอง ด้านอุตสาหกรรม ด้านการค้าธุรกิจต่างๆ     เป็นต้น สิ่งสำคัญที่เป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาประเทศคือการพัฒนาด้านการศึกษา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุด เพราะการศึกษาของคนในชาติเปรียบเสมือนเส้นเลือดที่คอยหล่อเลี้ยงในทุกๆ ด้าน ทุกภาคส่วนต่างเล็งเห็นความสำคัญ แต่กระบวนการขับเคลื่อนจะเริ่ม ณ จุดใดของการพัฒนาการศึกษาในยุคเทคโนโลยีเบ่งบาน

โลกในพุทธศตวรรษที่ 26 เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารที่พุ่งเข้าหาตัวคนไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด ทำให้ต้องคิดและตัดสินใจรวดเร็วขึ้น สังคมมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น บทบาทของการสื่อสารสามารถเชื่อมโยงคนเข้าหากันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ทำให้ปัญหาของโลกเป็นปัญหาใกล้ตัวด้วย คนทั่วโลกต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ร่วมกันในเรื่องความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อมวลมนุษย์โดยทั่วไป ดังตัวอย่างแผ่นดินไหว ริกเตอร์ที่ญี่ปุ่นกับปัญหาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รวมทั้งปัญหาของสังคมไทยและการศึกษาไทยในยุคโลกาภิวัตน์ด้วย เยาวชนไทยจะมีความรู้ ความสามารถพื้นฐานเพียงพอกับการดำรงชีวิตที่ดีและมีศักดิ์ศรีในสังคมโลกได้อย่างไร จะมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์เลือกใช้ข้อมูลข่าวสารตัดสินใจถูกต้องในการแก้ปัญหาและก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกหรือไม่ มนุษย์จะอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างไร โดยที่จะเกื้อกูลและไม่ทำลายซึ่งกันและกัน การศึกษาจะนำคนไปสู่ชีวิตที่มีความสุขและการพัฒนาที่ยั่งยืนได้หรือไม่ และที่สำคัญคือทุกฝ่ายทั้งประเทศและมนุษยชาติ จะเข้มแข็งพร้อมเผชิญกับความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงของยุคโลกาภิวัตน์ร่วมกันอย่างไร

          การศึกษาถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนสำหรับทุกประเทศทั่วโลก สำหรับในประเทศที่พัฒนาแล้วล้วนแต่เป็นประเทศที่มีประชาชนได้รับการพัฒนาด้านการศึกษาที่ดีมาก่อนแล้วค่อยมุ่งพัฒนาในด้านอื่นๆ ต่อไป เหตุนี้เองทำให้ทุกภาคส่วนก็เริ่มมีความตระหนักให้ความสำคัญมากขึ้น และปรากฏภาพความชัดเจนขึ้นเมื่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ได้บัญญัติสาระที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย องค์กรหน่วยงานต่างๆ ในการมีส่วนร่วมจัดการศึกษา และพัฒนาด้านการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการให้สังคมได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ให้สถาบันการศึกษามีการประสานความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ชุมชมทุกๆ ฝ่ายเพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ ซึ่งสาระและหลักการดังกล่าวมีระบุในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยทั่วไปมี มิติ ได้แก่ มิติเศรษฐกิจ มิติสังคม (ทุนมนุษย์รวมปัจจัยสำคัญของความสุขประชาชนซึ่งเป็นฐาน value creation ของเศรษฐกิจและมิติทรัพยากรทางธรรมชาติ (สิ่งแวดล้อมทางการศึกษา) 1 ดังนั้นสถาบันการศึกษาจึงมีภารกิจสำคัญในฐานะหน่วยงานที่จัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับ “ทุนมนุษย์” และ “ทุนทางสังคม” ทุกสถาบันการศึกษาต้องดำเนินการพัฒนาองค์ประกอบทุกส่วนของสถาบันอย่างบูรณาการให้เอื้ออำนวยและเกื้อกูลกันอย่างเป็นระบบ ไม่แยกส่วนและครอบคลุมการพัฒนาทุกส่วนของสถาบันการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ แนวทางการจัดการศึกษาของแผนการศึกษาชาติให้บรรลุเจตนารมณ์ที่มุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นคนดี เก่ง และมีความสุขตลอดจนมุ่งพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมที่พึงประสงค์ มีความเข้มแข็ง และมีดุลยภาพซึ่งสถาบันการศึกษาต้องมีปฏิสัมพันธ์กับหน่วยต่าง  ที่เกี่ยวข้อง ต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและรู้เท่าทันการพัฒนาในยุคสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ในปัจจุบัน เนื่องจากสถาบันการศึกษาเป็นหน่วยงานระดับปฏิบัติที่มีหน้าที่จัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีความใกล้ชิดและมีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษาให้แก่ประชาชน

ในบทความนี้ จะกล่าวถึงการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และ แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยใช้หลักการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ประกอบด้วย 1) ความสามารถในการแข่งขันบนพื้นฐานทรัพยากรและความสามารถของสถาบัน 2) ความสามารถในการตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และ 3)ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับบริบทของท้องถิ่นและความเป็นสากล ซึ่งจะกล่าวเรียงตามหัวข้อ ดังต่อไปนี้

1.      การจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หมายถึง การดำเนินการจัดการศึกษาตามแนวทางจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างสมดุลทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมทางศึกษา ให้มีความสามารถในการแข่งขันบนพื้นฐานทรัพยากรและความสามารถของตนเอง มีความสามารถในการตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับบริบททางสังคมวัฒนธรรมของท้องถิ่นและสากล

2.      แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หมายถึง การดำเนินการจัดการศึกษาตามองค์ประกอบที่เกิดจากกลุ่มตัวแปรในบริบทเดียวกันให้มีความสอดคล้องกับแนวคิดและหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งสามารถนำไปเป็นแนวทางในการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัย ให้มีคุณภาพได้อย่างยั่งยืน

3.      การสร้างความสามารถในการแข่งขันบนพื้นฐานทรัพยากรและความสามารถของมหาวิทยาลัย หมายถึง การดำเนินการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัย ตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อให้เกิดความสมดุลในมิติด้านเศรษฐกิจ โดยสามารถใช้ทรัพยากรและความสามารถของแต่ละสถาบัน มีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสมและการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะของการดำเนินงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของสถาบันอย่างมีคุณภาพ

4.      การสร้างความสามารถในการตอบสนองความต้องการของผู้เรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) หมายถึง การดำเนินงานตามแนวทางการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของมหาวิทยาลัย ตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อให้เกิดความสมดุลในมิติด้านสังคม ให้มีคุณภาพ มีภาพลักษณ์ที่ดี ตามศักยภาพและความพร้อมของทรัพยากร ให้สามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายกลุ่มอย่างเจาะจงได้ จะช่วยรักษาและเพิ่มพูนสัมพันธภาพอันดีระหว่างสถาบันและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่าง ๆ ทำให้กิจกรรมการเรียนการสอนนั้นไม่เพียงแต่บรรลุเป้าหมายของสถาบัน แต่ยังช่วยให้สถาบันสามารถดำเนินการไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนได้

5.      การสร้างความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับบริบทของท้องถิ่นและเป็นสากล หมายถึงการดำเนินงานตามแนวทางการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของสถาบัน ตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อให้เกิดความสมดุลในมิติด้านสิ่งแวดล้อมของการจัดการศึกษา โดยให้สามารถจัดการศึกษาอย่างสอดคล้องตามบริบทด้านศาสนา วัฒนธรรม ค่านิยมของประชาชนในพื้นที่ และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์


แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

ทุกประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญกับการสร้างความเจริญก้าวหน้าให้มีความทันสมัย โดยเน้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจเป็นหลัก มีผลให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วทุกด้าน ส่งผลให้สังคมโลกมีการใช้ทรัพยากรเกินความพอดี ขาดความรอบคอบ ทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดเหลือน้อยลงจนใกล้จะหมดไปหรืออยู่ในสภาพที่เสื่อมโทรมลง จนไม่สามารถสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด แม้ว่าปรากฏการณ์การพัฒนาดังกล่าว จะนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้า แต่ในขณะเดียวกันได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตของมนุษย์ เกิดความเสื่อมโทรมด้านคุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิตของมนุษย์ถูกบั่นทอนลงเรื่อยๆ เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมการผลิตและการบริโภคที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้สังคมโลกต้องตกอยู่ในภาวะสังคมมีปัญหา และการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน

 

แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ใช่เพียงประเทศไทยเท่านั้นที่ประสบปัญหาความไม่ยั่งยืนของการพัฒนา แนวคิดนี้เกิดขึ้นเมื่อ ..2515 ประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติได้เข้าร่วมการประชุมของสหประชาชาติที่มีชื่อว่า “การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสภาพแวดล้อมของมนุษย์” (United Nations Conference on the Human Environment) ที่ กรุงสตอคโฮล์ม การประชุมครั้งนี้ได้ข้อสรุปว่าปัญหาต่าง  ที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นผลมาจากความผิดพลาดของการพัฒนาในอดีตที่มุ่งการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เน้นการสร้างความมั่งคั่งทางวัตถุ เป็นความเจริญที่เสียสมดุล และไม่บูรณาการ จึงต้องเปลี่ยนวิธีการพัฒนาเป็นวิธีใหม่ที่ให้ความสำคัญกับองค์ประกอบด้านสิ่งแวดล้อมและองค์ประกอบด้านคน ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาภายใต้กระแสการพัฒนาของโลกที่ต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนามนุษย์และสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง องค์การสหประชาชาติได้เรียกร้องให้ทั่วโลกคำนึงถึงผลกระทบของการพัฒนาที่มีต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการใช้ทรัพยากรฟุ่มเฟือยที่ไม่สมดุลกับขีดจำกัดการตอบสนองของธรรมชาติ โดยได้จัดประชุมสุดยอดของโลกว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา (UN Conference on Environment and Development: UNCED) เมื่อ ..2535  กรุงริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล ซึ่งเป็นที่มาของแผนแม่บทโลกที่ใช้เป็นกรอบทิศทางการพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืน ในการ ประชุมครั้งนั้น ประเทศไทยได้ร่วมลงนามในการปฏิบัติตามแผนแม่บท ดังกล่าว ซึ่งอีก 10 ปีต่อมาจึงขยายแนวคิดไปสู่การประชุมสุดยอดระดับโลกว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (World Summit on Sustainable Development) 

 

 

" เพื่อกระตุ้นให้ประเทศต่างๆ หันมาให้ความสนใจกำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาประเทศอย่างองค์รวม มุ่งสู่ดุลยภาพการพัฒนา" 

 

 

สำหรับแนวคิดการพัฒนาของประเทศไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ไม่สมดุลกับการพัฒนาด้านอื่น แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศนับตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 เป็นต้นมาว่าถึงแม้การพัฒนาจะทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโต แต่เป็นการเติบโตที่มีรากฐานการพัฒนาไม่เข้มเข็งขาดการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม อีกทั้งไม่ได้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเท่าที่ควรจึงเป็นการเติบโตที่ไม่สมดุลและไม่ยั่งยืน จึงเป็นที่มาของวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ5 ทำให้วิถีชีวิตของคนไทยเริ่มขาดความสมดุลกับสิ่งแวดล้อม กลายเป็นปัญหาสะสมที่บั่นทอนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน และนำไปสู่การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน หากไม่มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การพัฒนาให้เหมาะสมและสมดุลอย่างองค์รวมทั้งมิติเศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) มีคำนิยามที่ได้รับการอ้างถึงบ่อยครั้ง ซึ่งบัญญัติโดยคณะกรรมาธิการโลกว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา (World Commission on Environment and Development) หรือที่เรียกในอีกนามหนึ่งว่า Brundtland Commission เพื่อเรียกร้องให้ชาวโลกเปลี่ยนแปลงวิถีการดำรงชีวิตให้ปลอดภัยและสอดคล้องกับข้อจำกัดทางธรรมชาติ ซึ่งที่ประชุมได้บัญญัติความหมายของคำไว้ในรายงานที่มีชื่อว่า Our Common Futureว่า การพัฒนาที่ยั่งยืน คือ การพัฒนาเพื่อสนองตอบความต้องการของคนรุ่นปัจจุบัน โดยไม่ทำให้คนรุ่นต่อไปต้องเดือดร้อนหรือสูญเสียโอกาสที่จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อสนองความต้องการของคนรุ่นอนาคต ไม่ทำลายทรัพยากรซึ่งต้องใช้ในอนาคต7  การพัฒนาที่ยั่งยืน จะต้องเป็นการพัฒนาที่ก่อให้เกิดดุลยภาพของทุกมิติ กล่าวคือ  ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม จิตใจ ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีการบริหารจัดการที่ดี ที่มีพหุภาคีร่วมทุกขั้นตอนเป็นกลไกขับเคลื่อน

 

จากสภาพการเปลี่ยนแปลงและปัญหาที่เกิดจากความไม่ยั่งยืนของการพัฒนาส่งผลให้ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยต่างหันมาพัฒนาตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นที่ยอมรับกันว่าการศึกษาเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน ดังที่ประชุมสหประชาชาติ  นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา มีมติประกาศให้ปี พ.ศ. 2548-2557 เป็นทศวรรษแห่งการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (United Nations Decade of Education for Sustainable Development –DESD) และได้เชิญชวนให้ประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติ ร่วมกันบูรณาการแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้ากับระบบการศึกษาของชาติ ตลอดจนจัดทำแผนปฏิบัติการทศวรรษแห่งการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับนานาชาติโดยมีเป้าหมายหลัก คือ เพื่อสร้างเครือข่ายการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างคุณภาพการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน เปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ มีส่วนร่วมในการปฏิรูปหรือจัดระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยใช้การเรียนรู้ทุกรูปแบบ และการสร้างจิตสำนึกของสาธารณชน ตลอดจนส่งเสริมค่านิยมที่เหมาะสม

 

 

 

สถาบันการศึกษาจะต้องไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการเรียนรู้เฉพาะวิชาหลัก สำหรับระดับปริญญามี 11 วิชาได้แก่ ภาษาอังกฤษ การอ่านหรือศิลปด้านภาษา ภาษาโลก ศิลปะ คณิตศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ รัฐบาลและกฎหมาย สำหรับระดับบัณฑิตจะเน้นหมวดวิชาบังคับเฉพาะของแต่ละสาขา ร่วมกับวิชาเสริม เช่น ความสัมพันธ์ของวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานกับวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก ระเบียบวิธีวิจัยทางการแพทย์ การเป็นนักวิชาชีพเวชกรรม ภาษาอังกฤษเทคนิคสำหรับแพทย์ประจำบ้าน แต่ยังต้องรวมถึงการส่งเสริมความเข้าใจของการศึกษาในเนื้อหาระดับที่สูงขึ้น โดยสามารถผสมผสานรูปแบบสหวิทยาการของการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ 21 (รูปที่ 1) ลงในวิชาหลักซึ่งได้แก่

 

วิชาหลักและสาระสำคัญของการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ 21 (Core subjects and 21st century themes)

 

1.1 การตระหนักถึงความเป็นไปของโลก (Global awareness)

(1)  การใช้ทักษะการเรียนรู้ของศตวรรษที่ 21 เพื่อที่จะเข้าใจและแก้ไขปัญหาระดับโลก

(2)  การเรียนรู้จากการทำงานและประสานความร่วมมือกับบุคคลที่มาจากหลากหลายวัฒนธรรมศาสนา และวิถีชีวิต ในจิตวิญญาณของการเคารพซึ่งกันและกัน และสามารถเปิดการสนทนา (open dialogue) ทั้งส่วนบุคคล ในการทำงาน และในบริบทชุมชน

(3)  ทำความเข้าใจเกี่ยวกับชาติอื่น ๆ รวมทั้งวัฒนธรรม และการใช้ภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ

1.2 ความรอบรู้ด้านการเงินเศรษฐกิจธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ (Financial, economic, business and entrepreneurial literacy)

(1)                        รู้วิธีการสร้างทางเลือกที่เหมาะสมในทางเศรษฐกิจส่วนบุคคล

(2)                        ทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของเศรษฐกิจในสังคม

(3)                        การใช้ทักษะผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มผลผลิตจากการทำงานและสามารถสร้างทางเลือกในวิชาชีพ

1.3 ความรอบรู้ถึงการเป็นพลเมืองที่ดี (Civic literacy)

(1)    การเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพโดยทราบข่าวคราวและความเข้าใจกระบวนการของรัฐ

(2)    ใช้สิทธิและหน้าที่ของพลเมืองในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับโลก

(3)    การทำความเข้าใจผลกระทบระดับท้องถิ่นและระดับโลกเพื่อการตัดสินใจในฐานะพลเมือง

1.4 ความรอบรู้ด้านระบบสุขภาพ (Health literacy)

(1)    สามารถหาข้อมูล แปลผลและความเข้าใจพื้นฐานข้อมูล และการบริการด้านสุขภาพ และนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการส่งเสริมสุขภาพ

(2)    ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันโรคทางร่างกายและจิตใจ มาตรการด้านสุขภาพรวมทั้ง อาหารที่เหมาะสม ภาวะโภชนาการที่ดี การออกกำลังกาย การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและลดความเครียด

(3)    การใช้ข้อมูลที่มีการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพที่เหมาะสม

(4)    การสร้างเป้าหมายและการเฝ้าระวังด้านสุขภาพของส่วนบุคคลและครอบครัว

(5)    ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการสาธารณสุขระดับชาติและนานาชาติรวมทั้งการดูแลความปลอดภัย

1.5 ความรอบรู้ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental literacy)

(1)    แสดงให้เห็นถึงความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม สถานการณ์และเงื่อนไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีผลต่ออากาศ สภาพภูมิอากาศ ที่ดิน อาหาร พลังงานน้ำและระบบนิเวศ

(2)    แสดงให้เห็นถึงความรู้และความเข้าใจในผลกระทบของสังคมต่อธรรมชาติของโลก เช่นการเจริญเติบโตของประชากร การพัฒนาประชากร อัตราการบริโภคทรัพยากรและอื่น ๆ

(3)    ตรวจสอบและวิเคราะห์ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและให้ข้อสรุปที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

(4)    ดำเนินการทั้งส่วนตัวและส่วนรวม ต่อสภาพของสิ่งแวดล้อม เช่นการมีส่วนร่วมในการดำเนินการระดับโลกเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม

 

II ทักษะด้านการเรียนรู้และการสร้างนวัตกรรม (Learning and innovation skills)

2.1 ความคิดสร้างสรรค์และการสร้างนวัตกรรม (Creativity and innovation) ได้แก่

2.1.1 คิดอย่างสร้างสรรค์ (Think creatively)

(1)    การใช้เทคนิคการสร้างความคิดที่หลากหลาย เช่นการระดมสมอง

(2)    สร้างความคิดใหม่ๆที่มีประโยชน์ และที่คุ้มค่า ทั้งแนวความคิดในเรื่องเล็กน้อยจนถึงความคิดในเรื่องใหญ่ๆ

(3)    สามารถอธิบายรายละเอียด ปรับ วิเคราะห์และประเมินความคิดของตนเองเพื่อปรับปรุงและ เพิ่มความพยายามในการสร้างสรรค์

2.1.2 การทำงานอย่างสร้างสรรค์ร่วมกับผู้อื่น (Work creatively with others)

(1)  สามารถพัฒนา ดำเนินการ และมีการสื่อสารความคิดใหม่ ๆ ให้ผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(2)  เปิดใจกว้าง ตอบสนองและเสนอแนะต่อมุมมองใหม่ๆ ที่มีความหลากหลาย ให้ความเห็นต่อกลุ่มและนำมาพัฒนาการทำงาน

(3)  แสดงให้เห็นถึงความคิดริเริ่มและสร้างสรรค์ในการทำงานและเข้าใจขีดจำกัดของโลกในการรับเอาความคิดใหม่ๆ

(4)  มีความเข้าใจว่าความล้มเหลวเป็นโอกาสในการเรียนรู้ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม คือกระบวนการระยะยาวของวัฏจักรที่มีความสำเร็จเล็กๆ เป็นองค์ประกอบ และบ่อยครั้งก็จะพบข้อผิดพลาด

2.1.3 การดำเนินการด้านนวัตกรรม (Implement innovations) สามารถทำให้เกิดการสนับสนุนและการดำเนินการด้านนวัตกรรมที่คิดขึ้น ได้ตรงตามเป้าหมายและเป็นประโยชน์ตามวัตถุประสงค์

2.2 การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving)

2.2.1 การใช้เหตุผลที่มีประสิทธิภาพ (Reason effectively) สามารถให้เหตุผล อุปนัย นิรนัยและอื่นๆ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์

2.2.2 การคิดอย่างเป็นระบบ (Use systems thinking) การวิเคราะห์ว่าความสัมพันธ์ของแต่ละส่วนที่มีผลต่อภาพรวม และมีผลกระทบต่อการให้ผลลัพธ์หรือผลผลิตได้ในระบบที่ซับซ้อนได้อย่างไร

2.2.3 การตัดสินใจ (Make judgments and decisions)

(1)    วิเคราะห์ หลักฐาน การโต้แย้ง การเรียกร้องและความเชื่อ รวมทั้งประเมินผล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(2)    วิเคราะห์และประเมินทางเลือกต่างๆได้

(3)    วิเคราะห์ สังเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลที่ได้รับและข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้น

(4)    การตีความจากข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ดีที่สุดโดยอาศัยการวิเคราะห์

(5)    สามารถตอบโต้เสนอแนะจากประสบการณ์และกระบวนการการเรียนรู้

2.2.4 การแก้ปัญหา (Solve problems)

(1)  การแก้ปัญหาใหม่ๆอย่างเป็นระบบและหรือโดยวิธีการใหม่ ๆที่สร้างสรรค์

(2)  ระบุและถามคำถามที่สำคัญที่ชี้แจงจุดต่างๆของมุมมอง และนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ดีกว่า

2.3 การสื่อสารและความร่วมมือ (Communication and collaboration)

2.3.1 การติดต่อสื่อสารอย่างชัดเจน (Communicate clearly)

(1)  การสื่อสารความคิดอย่างมีประสิทธิภาพโดยการพูด การเขียนและอวัจนภาษา โดยมีทักษะการติดต่อสื่อสารในหลายรูปแบบและบริบท

(2)  การฟังอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเข้าใจความหมาย รวมถึง ความรู้ ค่านิยม ทัศนคติ และความตั้งใจของผู้พูด

(3)  ใช้การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่นการแจ้งให้ทราบการแนะนำและการกระตุ้นหรือชักชวน

(4)  ใช้ประโยชน์จากสื่อและเทคโนโลยีหลายๆ แบบ โดยสามารถตัดสินว่าจะใช้แบบใด โดยทราบประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมทั้งสามารถประเมินผลที่เกิดจากการใช้วิธีนั้นๆ

(5)  การติดต่อสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน รวมถึงการพูดได้หลายภาษา

2.3.2 การร่วมมือกับผู้อื่น (Collaborate with others)

(1)  ความสามารถในการแสดงให้เห็นถึงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความเคารพในทีมงานที่หลากหลาย

(2)  มีความยืดหยุ่นและความเต็มใจที่จะประนีประนอม เพื่อให้เป็นประโยชน์และบรรลุเป้าหมายร่วมกัน

(3)  มีความรับผิดชอบร่วมกันในการทำงานร่วมกันและเห็นคุณค่าของผู้ร่วมงานในทีม

 

III ทักษะด้านข้อมูล สื่อและด้านเทคโนโลยี (Information, media and technology skills)

กลุ่มผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ซึ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมของการมีสื่อเทคโนโลยี ที่มีหลากหลายลักษณะ รวมถึง การเข้าถึงข้อมูลอันมากมาย การเปลี่ยนแปลงในเครื่องมือเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และความสามารถในการทำงานร่วมกันและให้แต่ละคนมีส่วนร่วมในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ในศตวรรษที่ 21 ผู้เรียนจะต้องมีทักษะในการใช้สื่อและมีวิจารณญาณในการรับข้อมูลจากสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ

3.1 การเข้าใจและการเรียนรู้ด้านสารสนเทศ (Information literacy)

3.1.1 การเข้าถึงและประเมินข้อมูล (Access and evaluate information)

(1)                        การเข้าถึงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพด้านเวลา และมีประสิทธิภาพตามแหล่งที่มา

(2)                        ประเมินข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ และ มีความรอบรู้จริง

3.1.2 การใช้และจัดการข้อมูล (Use and manage information)

(1)                        ใช้ข้อมูลอย่างถูกต้องและสร้างสรรค์ในเรื่องหรือปัญหาที่กำลังดำเนินอยู่

(2)                        การจัดการข้อมูลที่มาจากหลากหลายแหล่ง

(3)                        ความเข้าใจพื้นฐานของจริยธรรม / ประเด็นทางกฎหมายของการเข้าถึงและการใช้ข้อมูล

3.2 การเข้าใจและการเรียนรู้สื่อ (Media literacy)

3.2.1 มีเดียวิเคราะห์ (Analyze media)

(1)                        ทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการและเหตุผลที่สื่อถูกสร้างขึ้นและวัตถุประสงค์ของสื่อ

(2)                        วิเคราะห์ว่า เหตุใดบุคคลจะแปลความหมายข้อความแตกต่างกัน เหตุใดมุมมองของแต่ละบุคคลจะถูกยอมรับหรือไม่ยอมรับ วิธีการที่สื่อจะมีผลต่อค่านิยม ความเชื่อและพฤติกรรมการของบุคคล

(3)                        ความเข้าใจพื้นฐานของจริยธรรม / ประเด็นทางกฎหมายของการเข้าถึงและการใช้สื่อ

3.2.2 การสร้างผลิตภัณฑ์สื่อ (Create media products)

(1)                        ความเข้าใจและใช้สื่อที่เหมาะสมที่สุด โดยใช้เครื่องมือ คุณลักษณะของสื่อที่เหมาะสมกับงาน

(2)                        ความเข้าใจและใช้ประโยชน์ของสื่อได้เหมาะสมอย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย และ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม

3.3 การเข้าใจและการเรียนรู้สื่อ, การสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ ICT (Information

    Communications and Technology) literacy

3.3.1 การใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ (Apply technology effectively)

(1)                        ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการวิจัย การจัดการ ประเมินผลและการสื่อสาร ข้อมูล

(2)                        ใช้เทคโนโลยีดิจิตอล คอมพิวเตอร์เครื่องเล่นสื่อบันเทิง media players, GPS ฯลฯ ในการเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร / สร้างเครือข่ายทางสังคมอย่างเหมาะสม ในการเข้าถึง การจัดการ บูรณาการ ประเมินผลและการสร้างข้อมูล ที่เหมาะสมเพื่อความสำเร็จในการดำเนินงานในโลกเศรษฐกิจฐานความรู้

(3)                        ความเข้าใจพื้นฐานของจริยธรรม / ประเด็นทางกฎหมายการเข้าถึงและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

 

IV ชีวิตและทักษะในการทำงาน (Life and career skills)

การดำรงชีวิตและการทำงานสภาพแวดล้อมในปัจจุบันต้องการทักษะที่สูงกว่าการคิดและเนื้อหาองค์ความรู้ทั่วไป ผู้เรียนต้องให้ความสนใจอย่างยิ่งเพื่อพัฒนาชีวิตและทักษะในการทำงานเพียงพอที่จะสามารถดำรงชีวิตที่ซับซ้อนในโลกยุคข้อมูลข่าวสารซึ่งมีการแข่งขันสูง

4.1 ความสามารถในการยืดหยุ่นและปรับตัว (Flexibility and adaptability)

4.1.1 การปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง (Adapt to change)

(1)  ปรับตัวให้เข้ากับบทบาทหน้าที่ที่หลากหลาย ความรับผิดชอบต่องาน ตารางเวลาและบริบทต่างๆ

(2)  ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในบรรยากาศของความคลุมเครือและลำดับความสำคัญที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

4.1.2 มีความยืดหยุ่น (Be flexible)

(1)  รวมความคิดเห็นหรือการวิจารณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(2)  สามารถดำเนินการจัดการในเชิงบวกร่วมกับการชื่นชม สรรเสริญ การถอยในบางโอกาส และสามารถให้คำวิจารณ์ที่ถูกกาลเทศะ

(3)  มีความเข้าใจในมุมมองที่หลากหลาย มีความสามารถในการต่อรองและมีความมั่นใจในการทำงานโดยสามารถแก้ปัญหาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายทางวัฒนธรรม

4.2 ความคิดริเริ่มและวางเป้าหมายของตนเอง (Initiative and self-direction)

4.2.1 การจัดการเป้าหมายและกำหนดเวลา (Manage goals and time)

(1)  ตั้งค่าเป้าหมายกับเกณฑ์ความสำเร็จทั้งชนิด tangible และ intangible

(2)  ตั้งเป้าหมายโดยยุทธวิธีระยะสั้นและเป้าหมายกลยุทธ์ระยะยาว

(3)  ใช้เวลาและจัดการภาระงานอย่างมีประสิทธิภาพ

4.2.2 สามารถทำงานได้ด้วยตนเองอย่างอิสระ (Work independently)

ควบคุมกำหนดจัดลำดับความสำคัญและทำงานให้เสร็จสมบูรณ์โดยไม่ต้องกำกับดูแลโดยตรง

4.2.3 เป็นผู้เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง (Be self-directed learners)

(1)  การสำรวจและขยายการเรียนรู้ของตนเองนอกการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานของทักษะและ / หรือหลักสูตรเพื่อโอกาสที่จะได้รับความเชี่ยวชาญมากขึ้น

(2)  แสดงให้เห็นถึงความคิดริเริ่มเพื่อเลื่อนระดับทักษะสู่ระดับมืออาชีพ

(3)  แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นการเรียนรู้ตลอดชีวิต

(4)  ศึกษาประสบการณ์ที่ผ่านมาอย่างจริงจังเพื่อความคืบหน้าหรือการพัฒนาตนเองในอนาคต

4.3 ทักษะทางสังคมและ ทักษะข้ามวัฒนธรรม (Social and cross-cultural skills)

4.3.1 การมีปฏิสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพกับผู้อื่น (Interact effectively with others)

(1)  พูดและฟังอย่างมีกาลเทศะ

(2)  ปฏิบัติตนโดยมีสัมมาคารวะ

4.3.2     ทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพในคนที่หลากหลาย (Work effectively in diverse teams)

(1)                        ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยให้ความเคารพกับผู้คนที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมและภูมิหลังทางสังคม

(2)                        ตอบสนองอย่างเปิดเผยต่อความคิดเห็นที่ต่างกัน

(3)                        สร้างพลังความคิดใหม่ สร้างนวัตกรรมจากความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรมเพื่อการเพิ่มขึ้นทั้งผลลัพธ์และคุณภาพของงาน

4.4                  การสร้างผลผลิตหรือการสร้างผลลัพธ์ของงานและความรับผิดชอบ (Productivity and accountability)

4.4.1 การจัดการโครงการ (Manage projects)

(1)                        ตั้งเป้าและทำให้บรรลุเป้าหมาย แม้จะมีอุปสรรคและความกดดันจากการแข่งขัน

(2)                        จัดลำดับความสำคัญ วางแผน และการบริหารงานเพื่อให้บรรลุผลวัตถุประสงค์ตามผลลัพธ์ที่วางไว้

4.4.2 การสร้างหรือทำให้เกิดผล (Produce results) แสดงให้เห็นถึงคุณลักษณะเพิ่มเติมที่สำคัญที่ทำให้บรรลุสู่ผลหรือเป้าหมายได้แก่ การทำงานในเชิงบวกอย่างมีจริยธรรม จัดการเวลาและโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ทำงานได้หลายรูปแบบ การเข้าร่วมการทำงานอย่างกระตือรือร้น รวมทั้งเป็นที่เชื่อถือได้และตรงเวลา ทำตนเองให้น่าเคารพและมีมารยาทที่เหมาะสม การทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและให้ความร่วมมือกับทีมงาน เคารพและชื่นชมความหลากหลายของทีม และมีความรับผิดชอบต่อผล

4.5 ภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ (Leadership and responsibility)

4.5.1 เป็นผู้ชี้นำและสามารถนำผู้อื่น (Guide and lead others)

(1)                        การใช้ทักษะความสามารถในการปฏิสัมพันธ์และการแก้ปัญหา ในการนำคนอื่นๆ ไปยังเป้าหมาย

(2)                        ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของผู้อื่นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน

(3)                        สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นเพื่อผลักดันให้ทำในแนวทางที่ดีที่สุดของตนเองผ่านทางการยกตัวอย่างและการเสียสละ

(4)                        แสดงให้เห็นถึงความมีคุณธรรมและพฤติกรรมที่มีจริยธรรม ในการใช้อิทธิพลและอำนาจในทางที่ถูก

4.5.2 มีความรับผิดชอบต่อผู้อื่น (Be responsible to others) มีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยใจ

ส่วนองค์ประกอบที่อธิบายไว้ด้านล่าง(รูปที่ 1) เป็นระบบสนับสนุนที่สำคัญและจำเป็น เพื่อให้ผู้เรียนสามารถ เรียน รู้ทักษะในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ มาตรฐานของศตวรรษที่ 21 การประเมินผล หลักสูตร การเรียนการสอน การพัฒนาวิชาชีพและสภาพแวดล้อมของการเรียนรู้ ซึ่งจะต้องสอดคล้องกัน เพื่อเป็นระบบสนับสนุนผู้เรียนสำหรับศตวรรษที่ 21 ในการศึกษาระดับหลังปริญญาเป็นผลสืบเนื่องมาจากระดับปริญญา การนำแนวคิดของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 มาใช้ผลที่เกิดคือผู้เรียนที่คุณภาพสูงสามารถต่อยอดความรู้ความสามารถ และมีเจตนคติต่อการดำรงชีวิตที่ไม่เป็นมลภาวะต่อสังคม

 

 

 

 







ศูนย์ประสานงานเชิงวิชาการ ชั้น4 อาคารบ้านราชครู 33 ซอย พหลโยธิน 5 พหลโยธิน แขวงสามเสนใน พญาไท กทม.10400